แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต

Aluminum Composite


อลูมิเนียม คอมโพสิต หรือ แคลดดิ้ง (Cladding) จัดอยู่ในกลุ่มโครงสร้างผนังเบาจึงถูกนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย เป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยการนำคุณสมบัติของวัสดุต่างชนิดมาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้วัสดุชนิดใหม่ที่มีคุณภาพสูงมีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแกร่ง และทนรับกับทุกสภาวะอากาศที่มีความเป็นกรดด่างหรือความชื่นที่แตกต่างกัน โดยสามารถใช้งานได้ดีทั้งภายนอก และภายในอาคาร จัดเป็นวัสดุที่ฉีกกฎความท้าทายของงานสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งสามารถเนรมิตรูปทรงได้อย่างหลากหลาย โดยไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป นับเป็นนวัตกรรมการตกแต่งเปลือกอาคารยุคใหม่ที่จะช่วยตอบโจทย์ และเพิ่มขีดความสามารถในด้านการออกแบบที่มากขึ้น


Raw material ส่วนประกอบของวัสดุอลูมิเนียม คอมโพสิตอลูมิเนียม คอมโพสิต มีลักษณะโครงสร้างแบบแซนวิช ซึ่งประกอบด้วยแผ่นประกบด้านบน และด้านล่าง ซึ่งมีความบางแต่มีความแข็งแรงสูง ส่วนแกนกลางเป็นวัสดุอ่อน สำหรับแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิทนั้นโดยทั่วไปจะใช้แผ่นประกบเป็นแผ่นอลูมิเนียมบางประมาณ 0.15 - 0.50 ม.ม. และแกนกลางเป็นโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ ด้วยคุณสมบัติที่ทนการกัดกร่อนได้ดี, ไม่เกิดสนิม และน้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับเหล็ก

01

น้ำหนักเบาเพียง 3.5 – 5 กก/ต.ร.ม.

จึงทำให้ไม่เปลืองโครงสร้าง 

02

ตัววัสดุ และสีเคลือบ มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี

03

มีความยืดหยุ่นสูง

สามารถดัดโค้งขึ้นรูปได้ง่าย ดัดรูปให้เป็นรูปทรงต่างๆได้อย่างหลากหลาย

04

กันความร้อนและเสียงได้

สามารถกันความร้อนและเสียงได้ และทนแรงกระแทกได้ดี

ของแท้ต้องมีโลโก้ DB

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คอมโพสิต ยี่ห้อ DB

เน้นการผลิตที่ได้มาตรฐานและควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ทำให้ได้แผ่นที่มีความเรียบ ไม่โก่งงอ ไม่เป็นคลื่น และมีสีเรียบสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น

แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต เคลือบพีวีดีเอฟ

เจาะลึกความแตกต่าง:

แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต DB

แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร?

แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminium Composite Panel) หรือที่เรียกกันติดปากว่า "แคลดดิ้ง (Cladding)" ได้กลายเป็นวัสดุสำคัญในการตกแต่งภายนอกและภายในอาคารยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติเด่นในด้านความสวยงาม ความยืดหยุ่นในการออกแบบ และน้ำหนักเบา แต่ในตลาดที่มีผู้ผลิตหลากหลายราย แผ่นคอมโพสิตยี่ห้อ DB มีจุดเด่นและคุณสมบัติใดที่ทำให้แตกต่างและน่าสนใจกว่ายี่ห้อทั่วไป?

น้ำหนักเบา

 ประมาณ 3.5 – 5 กก./ตร.ม.

ยืดหยุ่นสูง

ดัดโค้ง ขึ้นรูปได้ง่าย เพื่อรองรับ

งานดีไซน์ที่หลากหลาย

ทนทานต่อสภาพอากาศ

ไม่เกิดสนิม ทนความชื้น และแรงกระแทกได้ดี

จุดเด่นที่ DB แผ่นคอมโพสิต มุ่งเน้นสร้างความแตกต่าง

คุณสมบัติการเคลือบ ยี่ห้อ DB ยี่ห้อทั่วไป
ระบบสี PVDF : ทนต่อแสงยูวี , กรดด่าง , และการกัดกร่อนสูง เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคาร PE : ราคาถูกกว่า ทนทานต่อแสงยูวีน้อยกว่า PVDF เกิดสีซีดจางง่ายกว่า เหมาะกับงานภายใน
เทคโนโลยีขั้นสูง Nanometer PVDF : เคลือบผิวแบบนาโน ทำให้ผิวและสีเรียบสม่ำเสมอ ไม่เป็นคลื่น มีให้เลือกน้อย หรือราคาสูงมาก
การรับประกัน รับประกันคุณภาพสี 5 ปี การรับประกันสั้นกว่า

รวมคำถาม-คำตอบ (Q&A) ที่พบบ่อยเกี่ยวกับ แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต DB 

Q1: แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต DB มีโครงสร้างแบบไหน?

A: มีโครงสร้างแบบ Sandwich Panel ประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก:

  • ชั้นบน–ล่าง: แผ่นอลูมิเนียมความหนามาตรฐาน (เช่น 0.30 มม.) เคลือบสีป้องกัน UV
  • แกนกลาง: โพลีเอทิลีน (PE - Polyethylene) ซึ่งมีความยืดหยุ่น เหนียว และช่วยซับเสียง

Q2: แผ่น DB มักใช้ความหนาเท่าไหร่ และมีขนาดมาตรฐานแบบไหนบ้าง?

ขนาดแผ่นมาตรฐาน: กว้าง 1.25 เมตร × ยาว 2.44 เมตร

ความหนารวมแผ่น: นิยมใช้ 4 มม. (แกนกลาง + แผ่นประกบอลูมิเนียมด้านละ 0.30 มม.)

น้ำหนัก: เบาเพียงประมาณ 3.5 – 5 กก./ตร.ม. (ประมาณ 17 กก. ต่อแผ่นขนาดมาตรฐาน) ช่วยประหยัดโครงสร้าง

Q3: ระบบสีเคลือบของแผ่น DB มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร?

A: มีระบบเคลือบสีหลักๆ 2 แบบตามลักษณะงาน:

  1. PVDF (Polyvinylidene Fluoride) / Nanometer PVDF: เหมาะกับงาน ภายนอกอาคาร (Exterior) ทนแสง UV, กรด-ด่าง, ทนสภาพอากาศ และรักษาสีให้สดใสได้นาน
  2. PE (Polyester): เหมาะกับงาน ภายในอาคาร (Interior) หรือป้ายโฆษณา ราคาประหยัดกว่า แต่ทนแดดภายนอกได้น้อยกว่า PVDF


Q4: จุดเด่นของแผ่นคอมโพสิตแบรนด์ DB ที่ต่างจากยี่ห้อทั่วไปคืออะไร?

A:

  • ความเรียบของพื้นผิว: ควบคุมการผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้แผ่นเรียบตรง ไม่เป็นคลื่น ไม่โก่งงอ
  • การพับ-ดัดโค้ง: เนื้อแผ่นยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปเซาะร่อง พับมุม หรือดัดโค้งขึ้นรูปทรงแปลกๆ ได้โดยไม่แตกหักง่าย
  • การรับประกันคุณภาพสี: มีการรับประกันคุณภาพสี (โดยทั่วไปสูงสุด 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทการเคลือบสีและรุ่นที่เลือก)


Q5: แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต DB นำไปใช้อะไรได้บ้าง?

A:

  • งานสถาปัตยกรรมภายนอก: หุ้มปิดผิวอาคาร (Cladding / Facade), หุ้มเสา, ทำกันสาด, หลังคาโรงรถ
  • งานตกแต่งภายใน: ผนังตกแต่ง, ฝ้าเพดาน, ฉากกั้นห้อง
  • งานป้ายและพาณิชย์: ทำป้ายร้านค้า, ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่, คีออส, บูธแสดงสินค้า


Q6: ข้อดีเมื่อเทียบกับงานปูนหรืองานไม้ตกแต่งผนังคืออะไร?

A:

  • น้ำหนักเบา: ไม่สร้างภาระน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคาร
  • ติดตั้งไว: ติดตั้งง่ายและรวดเร็วกว่างานปูน หน้างานสะอาด ไม่เลอะเทอะ
  • ดูแลรักษาง่าย: ไม่เกิดสนิม ไม่ผุพัง ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้น้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ด
  • ดีไซน์ทันสมัย: มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ทั้งสีเมทัลลิก, สีเงา (Glossy), สีแมตต์ และสีตามเฉดมาตรฐาน